สระผมให้ถูกวิธีทำอย่างไร มาดูกัน!

การสระผมเป็นอะไรที่ทุกคนทำเกือบทุกวัน เหมือนกับการแปลงฟันที่ต้องทำเป็นประจำ เด็กยุค 90 อย่างพวกเราน่าจะมีประสบการณ์คล้าย ๆ กันที่มีหมอฟันมาคอยตรวจสุขภาพฟันแหละเหงือกให้เป็นประจำทุกปี คุณครูที่โรงเรียนก็จะคอยบอกเสมอว่าให้แปลงฟันให้สะอาด ฟันจะได้ไม่ผุ

แต่เคยคิดไหมว่า ทำไมไม่มีใครถึงเน้นย้ำเรื่องวิธีการสระผมให้ถูกต้อง ถึงแม้ว่าการสระผมจะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำเป็นประจำไม่แพ้การแปลงฟันก็ตาม ลูกค้าบางท่านของเราเล่าถึงวิธีการสระและเป่าแห้งผมของพวกเขาให้เราฟัง ต้องขอบอกว่าสิ่งที่เราได้ยินเป็นเรื่องสยองขวัญสำหรับเราเลยทีเดียว! วิธีการสระผมและเป่าแห้งของพวกเขาที่ทำเป็นประจำนี้ส่วนใหญ่มีผลเสียต่อเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแรง!ที่ Bee Choo เราเชื่อในทรีทเม้นท์ที่สามารถช่วยลูกค้าให้มีผมสวยและหนังศีรษะสุขภาพดีด้วยวิธีธรรมชาติ เราจึงต้องเริ่มให้ทุกคนเข้าใจวิธีการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่ทำเป็นประจำให้ถูกต้องด้วยไกด์นี้ เพื่อให้สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลายสระผมให้ถูกวิธี

นี่คือวิธีสระผมที่ถูกต้อง ตามแบบฉบับผู้เชี่ยวชาญจาก Bee Choo

  1. เราควรสระผมบ่อยขนาดไหน?
  2. ช่วงเวลาไหนเหมาะสำหรับสระผมมากที่สุด?
  3. ควรใช้น้ำอุณหภูมิเท่าไรล้างหนังศีรษะ?
  4. ล้างเส้นผมและหนังศีรษะอย่างไรให้ถูกต้อง?
  5. ทำให้ผมแห้งอย่างไรให้ไม่เกิดความเสียหายต่อเส้นผม?
  6. เลือกซื้อแชมพูอย่างไร?
  7. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะเพิ่มเติมจำเป็นหรือไม่?

1. เราควรสระผมบ่อยขนาดไหน?

ลูกค้าของเราจำนวนไม่น้อยถามคำถามนี้กับเราโดยที่พวกเขามีวิธีการสระผมที่แตกต่างกัน ผู้หญิงบางคนสระผมอาทิตย์ละครั้ง บางคนสองวันครั้ง วันละครั้ง หรือวันละสองครั้ง ส่วนผู้ชายส่วนใหญ่สระผมวันละครั้ง ถ้าถามว่ามีวิธีที่ดีที่สุดไหม คำตอบง่าย ๆ คือขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตประจำของคุณและสภาพอากาศของที่ที่คุณอาศัย

คุณอยู่ในประเทศที่มีอากาศร้อนชื้นเหมือนในประเทศไทยหรือไม่?

หากใช่ คุณควรสระผมทุก ๆ สองถึงสามวันสำหรับผมยาวและวันละครั้งสำหรับผมสั้น สาเหตุก็เพราะอากาศร้อนชื้นจะทำให้หนังศีรษะหลั่งน้ำมันออกมาเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นผมและหนังศีรษะมีความมันมาก การสระผมเป็นประจำจะช่วยลดโอกาสการอุดตันของไขมันในรูขุมขนบนหนังศีรษะ

หากคุณอยู่ในประเทศที่มีอากาศเย็นและแห้ง

คุณควรสระผมทุก ๆ สามถึงห้าวันสำหรับผมยาวและสองวันสำหรับผมสั้น นี่เป็นเพราะในสภาพอาศเย็น หนังศีรษะเราจะขับน้ำมันน้อยกว่าซึ่งจะทำให้หนังศีรษะมีลักษณะที่แห้งกว่า การสระผมจะล้างไขมันที่อยู่บนหนังศีรษะออกและถ้าสระบ่อยเกินไปจะทำให้หนังศีรษะแห้งมาก ในสภาพอากาศหนาวคุณอาจมีความต้องการที่จะอาบน้ำร้อน แต่ให้คุณคิดถึงหนังศีรษะของคุณด้วยเพราะหนังศีรษะของคนเรามีความไวต่อความร้อนมาก ถ้าใช้น้ำที่ร้อนเกินไปจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองหนังศีรษะได้ ควรใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิห้อง แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบอาบน้ำร้อน การใส่หมวกคลุมผมอาจช่วยได้

คุณเป็นคนออกกำลังกายบ่อยไหม?

ถ้าคุณออกกำลังกายบ่อยหรือเล่นกีฬากลางแจ้งเป็นประจำ คุณควรสระผมทุกครั้งที่ออกกำลังกายเสร็จ บ่อยขนาดวันละครั้งสำหรับผมยาวและวันละสองครั้งสำหรับผมสั้น

จริง ๆ แล้วคำถามที่แท้จริงคือ…ทำไมทุกคนถึงต้องถามว่าควรสระผมบ่อยขนาดไหน?”

คุณอาจเคยเห็นตามอินเตอร์เน็ตหรือสื่อต่าง ๆ ว่าการสระผมด้วยแชมพูบ่อยจนเกินไปจะทำให้ผมร่วงได้ จริง ๆ แล้วประโยคนี้มีความจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น จริง ๆ แล้ว ในระยะยาว ถ้าคุณสระผมด้วยวิธีผิด ๆ ใช้แชมพูที่ไม่เหมาะสำหรับเส้นผมและหนังศีรษะคุณอาจทำให้ผมร่วงมากกว่าปกติได้ แต่หากคุณสระผมด้วยวิธีที่ถูกต้อง การสระผมทุกวันจะไม่ทำให้คุณผมร่วง

2. ช่วงเวลาไหนเหมาะสำหรับสระผมมากที่สุด?

คุณสามารถสระผมได้ทุกเมื่อแต่พยายามอย่าสระแล้วนอนทันที ให้ผมคุณแห้งก่อนที่จะนอนเพราะการนอนในขณะที่ผมเปียกอาจทำร้ายเส้นผมของคุณด้วยการถูไถกับเส้นไยของปอกหมอน ทำให้ผมของคุณพันกันแล้วคุณต้องสางผมแก้พันที่อาจทำให้ผมคุณขาดเสียหายได้

เหตุผลที่น่ากลัวยิ่งกว่าผมพันกันคือเชื้อรานั่นเอง คุณควรทราบว่าเชื้อราเติบโตได้ดีในสภาพที่มีอุณหภูมิร้อนชื้น การเป็นเชื้อราบนหนังศีรษะอาจทำให้หนังศีรษะคุณติดเชื้อและเป็นรังแคได้ คุณทราบหรือไม่ว่ารังแคนั้นมาจากยีสต์ที่เรียกว่า Malassezia globose ซึ่งยีสต์นี้ชอบรับประทานไขหนังศีรษะที่หลังจากต่อม sebaceous ที่อยู่ใต้ผิวหนังของคุณ เมื่อมียีสต์นี้จำนวนมากบนหนังศีรษะจะส่งผลให้กระบวนการผลิตเซลล์ใหม่ของหนังศีรษะผิดปกติและเกิดรังแคตามมาในที่สุด

3. ควรใช้น้ำร้อนหรือเย็นล้างหนังศีรษะ?

คำตอบขึ้นอยู่กับว่าหนังศีรษะของคุณมีลักษณะเป็นแบบไหน

ลักษณะทั่วไปของหนังศีรษะคือ แห้ง ปกติ มัน หรือมีการระคายเคืองง่าย

สำหรับหนังศีรษะมันและหนังศีรษะปกติ – ­เราแนะนำให้คุณใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิห้องสำหรับสระผมหรือล้างหนังศีรษะเพราะน้ำอุ่นสามารถช่วยล้างไขมันออกจากหนังศีรษะได้ดี

สำหรับหนังศีรษะแห้งและระคายเคืองง่าย – เราแนะนำให้ใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นในการสระผมและล้างหนังศีรษะ

น้ำเย็นจะช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื้นสำหรับคนที่มีหนังศีรษะแห้ง ส่วนคนที่มีหนังศีรษะที่ระคายเคืองง่ายไม่ควรใช้น้ำอุ่นเพราะหนังศีรษะจะมีความไวต่อความร้อนและอาจทำให้รู้สึกระคายเคือง

ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำที่เย็นและร้อนจนเกินไปเพราะอุณหภูมิที่สูงและต่ำไปจะทำให้หนังกำพร้าปรับตัวไม่ทันและจะส่งผลเสียมากมายตามมา และการใช้น้ำที่มีอุณหภูมิไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน ๆ อาจทำร้ายและสร้างความเสียหายให้รากผมจนผมร่วงก็เป็นได้

4. ล้างเส้นผมและหนังศีรษะอย่างไรให้ถูกต้อง?

หลีกเลี่ยงการใช้เล็บในขณะที่สระผม การเกาหนังศีรษะอาจทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายหัว แต่ว่าการเกาอาจส่งผลเสียให้กับหนังศีรษะโดยทำให้หนังศีรษะเป็นแผลหรือไม่อาจสิ่งสกปรกหรือเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในหนังศีรษะได้ คุณควรใช้ปลายนิ้วแทน และให้ความสำคัญกับการล้างหนังศีรษะมากกว่าสระผม

เราจะบอกให้ชัด ๆ อีกครั้งว่า คุณควรให้ความสำคัญกับการล้างหนังศีรษะมากกว่าสระผม เศษฝุ่นที่ติดอยู่ตามเส้นผมคุณสามารถล้างออกได้อย่างง่ายดายแต่ฝุ่นที่ติดอยู่ตามซอกหนังศีรษะนี่สิยากที่จะออกมา คุณไม่จำเป็นต้องใช้แชมพูล้างปลายผมของคุณเพียงใช้คอนดิชั่นเนอร์ชโลมปลายผมและทิ้งไว้ หนึ่งถึงสองนาทีก่อนล้างออกมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้คอนดิชั่นเนอร์ผิดวิธีนั่นคือการใช้คอนดิชั่นเนอร์กับหนังศีรษะ ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ทำแบบนี้ คุณต้องหยุดทันที คอนดิชั่นเนอร์ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับปลายผมและในคอนดิชั่นเนอร์จะมีน้ำมันซิลิโคนหรือที่เรียกว่า Dimethicone ซึ่งจะล้างออกได้ยากถ้าเข้าไปติดในรูขุมขนบนหนังศีรษะ นั่นเป็นเหตุผลนึงที่ทำไมคุณควรใช้แชมพูและคอนดิชั่นเนอร์แยกกัน แทนที่จะใช้สูตร 2in1

5. ทำให้ผมแห้งอย่างไรให้ไม่เกิดความเสียหายต่อเส้นผม?

หากคุณมีผมสั้น คุณสามารถข้ามส่วนนี้ไปได้เลยเพราะส่วนนี้จะพูดถึงคนที่มีผมยาว

การทำให้ผมแห้งต้องทำให้ถูกวิธีเพราะหากทำผิดวิธีจะทำให้ผมคุณเสียถาวร แตกปลาย ปลายแห้ง ชี้ฟู ผู้หญิงจำนวนมากใช้วิธีผิด ๆ ในการทำให้ผมแห้ง ข่าวร้ายสำหรับคนที่ใช้ผ้าหยาบๆเช็ดปลายผมแบบนี้คือ ผมคุณเสียแน่นอน!ให้คุณปลายผมคุณด้วยผ้าเช็ดศีรษะแล้วกดเบา ๆ ผมของคุณจะค่อย ๆ แห้ง หากคุณจะเป่าผมให้แห้งหลังจากเช็ดด้วยผ้า เป่าให้ผมคุณหมาด ๆ อย่าเป่าให้แห้งสนิดเว้นแต่คุณใช้ลมเย็นในการเป่าหลังจากที่ผมคุณหมาดแล้ว การใช้ลมร้อนในการเป่าอาจดูเป็นวิธีที่เหมาะสมแต่จริง ๆ แล้ววิธีนี้ก่อผลเสียเป็นอย่างมาก ในระดับโมเลกุล สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเส้นผมคือโมเลกุลน้ำถูกทำให้ร้อนด้วยลมร้อนแล้วถ้าร้อนจนเกินไปจะทำให้โมเลกุลน้ำระเบิดออกจากแกนผม คุณไม่สามารถเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตาเปล่า แต่ความเสียหายถาวรได้เกิดขึ้นกับเส้นผมของคุณแล้ว

6. เลือกซื้อแชมพูอย่างไร?

เลือกชนิดแชมพูที่เหมาะสมสำหรับลักษณะหนังศีรษะของคุณ ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหาหนังศีรษะเช่นมันมาก แห้ง หรือระคายเคืองง่ายจะมีระดับ pH ที่ไม่สมดุลหรือมีอาการแพ้ต่อส่วนผสมบางอย่างในแชมพู

               เลือกแชมพูที่มีค่า pH ที่เหมาะสม

               โดยทั่วไปแล้วค่า pH ปกติของหนังศีรษะจะอยู่ที่ 5.5 หากค่า pH ของหนังศีรษะคุณต่ำกว่านี้ มีความเป็นไปได้ว่าหนังศีรษะคุณมันมากกว่าปกติ เพราะฉะนั้นคุณควรเลือกแชมพูที่มีความเป็นด่างกว่าที่มีค่า pH อยู่ระหว่าง 5.5 ถึง 7.0 ยิ่งหนังศีรษะคุณมันมาเท่าไร คุณก็ควรเลือกแชมพูที่มีค่า pH สูงถึงเท่านั้นเพราะการเลือกแชมพูที่มีค่า pH สูงจะช่วยปรับสมดุลให้หนังศีรษะคุณและช่วยควบคุมความมันได้อีกด้วย ซาลอนมืออาชีพแบบเรา Bee Choo มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับสภาพหนังศีรษะแต่ละแบบ ตัวอย่างเช่น สำหรับหนังศีรษะที่มีความมันเล็กน้อยที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีสภาพหนังศีรษะแบบนี้เพราะอากาศบ้านเรามีความร้อนชื้น เราจะแนะนำลูกค้าให้ใช้ Purity Scalp Shampoo เพราะมีค่า pH ระหว่าง 5.5 ถึง 6.5 ที่อุณหภูมิ 25°C และสำหรับลูกค้าที่มีหนังศีรษะมันมาก เราจะแนะนำให้ใช้ Ginger Lime Shampoo ที่มีค่า pH อยู่ที่ 6.78

            พยายามเลือกซื้อแชมพูที่มีปริมาณสารเคมีที่น้อยกว่า

               สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะที่ระคายเคืองง่าย คุณอาจแพ้ส่วนผสมบางอย่างที่อยู่ในแชมพู สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือหยุดใช้ผลิตภัณฑ์เส้นผมเช่น เจล หรือ สเปรย์เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยสารเคมีที่ทำให้คุณแพ้ คัน และเกิดอาการระคายเคือง ถัดไปก็คือการเลือกใช้แชมพูที่มีสารเคมีน้อยกว่าซึ่งแชมพูเหล่านี้มักจะไม่ถูกวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อทั่วไปแต่จะขายในเฉพาะตามซาลอนต่าง ๆ เพราะแชมพูเหล่านี้ใส่สารกันบูดน้อยกว่าและทำให้ไม่สามารถเก็บไว้ได้นานหรือวางขายตามชั้นวางสินค้าทั่วไปได้

7. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะเพิ่มเติมจำเป็นหรือไม่?

ประสบการณ์ส่วนตัวของผมคือ ผมเป็นคนที่ไม่เคยดูแลหนังศีรษะของผมเลยจนกระทั่งผมอายุ 27 ปี จริง ๆ แล้วผมไม่เคยสนใจหนังศีรษะของผมเลยด้วยซ้ำ ผมคันผมก็เกา ผมเปียกก็นอน และที่สำคัญ ผมเคยทำสีผมด้วยสีทำผมคุณภาพไม่ดีที่หาได้ทั่วไปและย้อมจนถึงรากเลยด้วยซ้ำ อ่านแล้วโปรดอย่าทำตามนะครับเพราะการใส่สีย้อมผมลงไปในหนังศีรษะจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับหนังศีรษะและรูขุมขน แล้วอยู่มาวันนึง เพื่อนผมก็ทักว่าเขาสังเกตเห็นว่าผมมีอาการผมร่วงมากกว่าปกติ ทีแรกผมก็คิดว่าเพื่อนคนนั้นเวอร์เกินไป แล้วพอคุณแม่ผมเริ่มพูดเช่นกัน ผมก็ยังไม่ค่อยสนใจเท่าไรเพราะพอส่องกระจกก็จะเห็นว่าผมบนหนังศีรษะก็ยังอยู่ดี มีเพียงจุดหัวล้านอยู่นิดหน่อย แต่พอผมได้ไปตัดผม ช่างที่ร้านก็ทักผมอีก ทีนี้ผมก็เริ่มรู้สึกกลัวนิดหน่อยแล้ว

ผมก็บอกตัวเองว่า มันไม่เป็นไรหรอกเพราะถึงผมจะหัวล้าน ผมก็เป็นผู้ชาย คนเยอะแยะหัวล้านไว้หนวดเคราก็ดูดีได้ ตัวอย่างเช่น The Rock แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้โกนหัวแล้วก็ไว้หนวด เพราะจริง ๆ แล้วผมไว้หนวดขนาดนั้นไม่ได้

เพื่อนของผมแนะนำให้ผมรู้จักกับ Bee Choo ซึ่งเป็นที่ ๆ ผมเริ่มไปเป็นประจำเพื่อทำทรีทเม้นท์สมุนไพร ผมรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ไปทำทรีทเม้นท์ที่นี่ ขั้นตอนการทำทั้งหมดจะใช้เวลา 2 ชั่วโมงโดยอบไอน้ำเป็นเวลา 45 นาที ผมเอาหนังสือไปด้วยสักเล่มและเก็บมือถือไว้ที่อื่นจะได้โฟกัสหนังสือ เป็นช่วงเวลาที่มีสมาธิมาก ๆ และภายใน 3 ถึง 4 เดือน สภาพหนังศีรษะของผมถือว่าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผมรู้สึกสบายหนังศีรษะอย่างมาก แบบไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน ส่วนที่เป็นจุดหัวล้านที่ผมเล่าให้ฟังก็หายแล้ว ไม่เพียงแค่นั้น หนังศีรษะของผมก็ไม่มันเหมือนเมื่อก่อน ไม่เคยคิดเลยว่าแค่ทำทรีทเม้นท์สมุนไพรกับ Bee Choo จะช่วยได้ขนาดนี้หนังศีรษะของผมก่อนและหลังทำทรีทเม้นท์สมุนไพรกับ Bee Choo

ส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าการดูแลหนังศีรษะเพิ่มเติมเป็นสิ่งที่จำเป็น การที่มีหนังศีรษะแข็งแรง ปราศจากรังแค ความคัน ความมันทำให้เรารู้สึกดี มั่นใจขึ้นมาก ๆ แล้วทำไมถึงไม่ทำ? อีกอย่างคือการดูแลหนังศีรษะก็ไม่แพงเมื่อเทียบกับราคาค่าฟิตเนสหรือค่าสลัดคลีน ๆ ที่ทุกคนทานเพื่อดูแลสุขภาพ ราคาเริ่มต้นที่ 600 ถึง 1100 บาทต่อครั้งเท่านั้นเอง

ทรีทเม้นท์สมุนไพรนอกจากจะช่วยดูสุขภาพหนังศีรษะในระยะยาวให้คุณแล้ว เวลาทำทรีทเม้นท์ก็รู้สึกผ่อนคลายสบายมาก ๆ ขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์ง่ายมาก ๆ เริ่มต้นด้วยการนวด 5 นาที จากนั้นทาครีมทรีทเม้นท์สมุนไพรใช้เวลา 15-20 นาที ตามด้วยอบไอน้ำเป็นเวลา 45 นาที พออบไอน้ำเสร็จก็สระผมและล้างครีมสมุนไพรออกด้วยวิธีสระผมที่ถูกต้อง สะอาดหมดจรดใช้เวลา 10-15 นาที พอสระเสร็จก็เป่าผมให้หมาด ๆ ให้เส้นผมได้ดูดซึมแร่ธาตุสารอาหารต่าง ๆ จากครีมทรีทเม้นท์ ใช้เวลาทั้งหมดเพียง 2 ชั่วโมง แต่ถ้าคุณมาช่วงคนเยอะ ๆ คุณอาจจะต้องรอคิวประมาณ 15-30 นาที

พบกับเราตามสาขาด้านล่างนี้

สาขาใหญ่ตะวันนา บางกะปิ​

Tel: 02-108-3938

สาขาสยามสแควร์​

Tel: 02-115-1300

สาขารัชดา

Tel: 06-1729-3434

สาขาอุดมสุข

Tel: 02-072-6698

แม่ของผมก็เป็นลูกค้าประจำของ Bee Choo ด้วยเช่นกัน ถ้าคุณสงสัยว่าขั้นตอนการทำทรีทเม้นท์เป็นอย่างไร ลองดูวิดีโอด้านล่างครับ!

Related posts